<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ทองคำก้อนเล็กๆ</title>
	<atom:link href="http://thongkum.com/blogs/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://thongkum.com/blogs</link>
	<description>Just small Gold !!!</description>
	<lastBuildDate>Fri, 18 Mar 2011 10:09:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.1</generator>
		<item>
		<title>Visa จีน</title>
		<link>http://thongkum.com/blogs/?p=49</link>
		<comments>http://thongkum.com/blogs/?p=49#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 Mar 2011 10:09:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[VISA]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์ต่างแดน]]></category>
		<category><![CDATA[china]]></category>
		<category><![CDATA[visa]]></category>
		<category><![CDATA[จีน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thongkum.com/blogs/?p=49</guid>
		<description><![CDATA[ต่อจากตอนที่แล้ว&#8230; หลังจากได้ passport ก็รีบขับรถมาที่จอดรถใต้ดิน เลือกมาเส้นพระรามสามมาจอดรถที่ใกล้ๆศูนย์ประชุมสิริกิต์ ลงรถใต้ดินไปที่ สถานฑูตจีน &#8230; อยู่ไหนก็ยังไม่รู้ Search อากู๋ ก็บอกว่าให้ลง สถานีรถไฟใต้ดิน พระรามเก้า ไม่ก็ ศูนย์วัฒนธรรม เห็นบอกว่าดูตึก True เป็นสำคัญอยู่ฝั่งตรงข้าม ไปถึง ตัดสินใจไปลงที่ ศูนย์วัฒนธรรม มีป้ายให้ออกประตู สาม เพื่อไปสถานฑูตจีน ก็ตามทางเลยครับ ออกมาด้านนอกก็คือเส้นรัชดา นั้นแหละ &#8230;จบ จบเพราะป้ายบอกทางบ้านเรา มันห่วยจริงๆๆ จึงเดา ต่อเลยว่ามัน น่าจะอยู่ระหว่างทาง ศูนย์วัฒนธรรมกับ ทางพระรามเก้า จึงเดินตรงไปเรื่อยๆๆ เจอตึก True อย่างว่า ฝั่งตรงข้าม ก็ไม่เห็นอะไร ตอนนี้มีแต่สังกะสีมุงเพราะว่า เค้ากำลังก่อสร้างอะไรบางอย่างอยู่ แต่ไม่ใช่เรื่องของตรู วันนี้ตรูรีบมากกกก สถานฑูตปิดการยื่น 11:30 น. ตอนนี้ 10:45 น. ต้องรีบเดินสุดๆ เพราะยังไม่รู้ตึกเลย มั่วๆมากๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ต่อจากตอนที่แล้ว&#8230;<br />
หลังจากได้ passport ก็รีบขับรถมาที่จอดรถใต้ดิน เลือกมาเส้นพระรามสามมาจอดรถที่ใกล้ๆศูนย์ประชุมสิริกิต์ ลงรถใต้ดินไปที่ สถานฑูตจีน &#8230; อยู่ไหนก็ยังไม่รู้<br />
Search อากู๋ ก็บอกว่าให้ลง สถานีรถไฟใต้ดิน พระรามเก้า ไม่ก็ ศูนย์วัฒนธรรม<br />
เห็นบอกว่าดูตึก True เป็นสำคัญอยู่ฝั่งตรงข้าม<br />
ไปถึง ตัดสินใจไปลงที่ ศูนย์วัฒนธรรม มีป้ายให้ออกประตู สาม เพื่อไปสถานฑูตจีน<br />
ก็ตามทางเลยครับ ออกมาด้านนอกก็คือเส้นรัชดา นั้นแหละ &#8230;จบ<br />
จบเพราะป้ายบอกทางบ้านเรา มันห่วยจริงๆๆ จึงเดา ต่อเลยว่ามัน<br />
น่าจะอยู่ระหว่างทาง ศูนย์วัฒนธรรมกับ ทางพระรามเก้า จึงเดินตรงไปเรื่อยๆๆ<br />
เจอตึก True อย่างว่า ฝั่งตรงข้าม ก็ไม่เห็นอะไร ตอนนี้มีแต่สังกะสีมุงเพราะว่า<br />
เค้ากำลังก่อสร้างอะไรบางอย่างอยู่ แต่ไม่ใช่เรื่องของตรู วันนี้ตรูรีบมากกกก<br />
สถานฑูตปิดการยื่น 11:30 น. ตอนนี้ 10:45 น. ต้องรีบเดินสุดๆ เพราะยังไม่รู้ตึกเลย<br />
มั่วๆมากๆ สังเกตุเห็นรั่ว ใหญ่ๆ ท่าทางน่าจะใช่ เจอรปภ. อยู่หน้ารั่วประตูใหญ่มีเสาธงชาติจีน<br />
ใช่แน่ ๆ 555<br />
คุณรปภ. บอกว่าไม่ใช่ตรงนี้ ไปโน่นๆๆ เลย ซอย 3<br />
เซ็งเลยตรู เดินไปอีกก็ไกลพอสมควร ถึงหน้าปากซอย<br />
ถามพี่วิน พี่แกก็บอกตึกปากซอยนี่เอง&#8230;<br />
ถึงสักที &#8230;. แหม ตา Google บอกว่าอยู่หน้าซอยสาม ด้านซ้ายมือ ก็จบ..<br />
เข้าไปขึ้น ชั้นสองครับคุณน้อง ( พี่รปภ.บอก ) เสร็จเข้าไปถึงในห้อง&#8230;<br />
เจอคลื่นมหาชนครับ&#8230; คนเยอะมากๆๆ ตรูว่าตรูมาสายแล้วนะ<br />
ไปถึง&#8230;&#8230;<br />
จะเจอโต๊ะ ขอเอกสารจากทางเจ้าหน้าที่ได้เลย<br />
เพื่อมากรอกเอกสาร<br />
แต่ทางผมเตรียมเอกสารมาก่อนแล้ว ไปถึงก็กดบัตรคิวเลย<br />
ได้เลข 505  ณ ขณะนั้น เลขอยู่ 202 หูยยยยยยยยยยยย&#8230;..<br />
302 คิวที่ต้องรอ ตรูเซ็งเลย&#8230;. คนก็เยอะมีทั้งคนมาทำ กับคนมารับ visa<br />
คนจึงแน่นไปหมด<br />
ตอนนั้นก็เลยมาตรงมุมทำเอกสาร ติดรูปกับเอกสารให้สมบูรณ์<br />
หลังจากนั้นก็เิดินไปเดินมาพยายามหาที่สิงสถิตให้ได้&#8230;<br />
ได้จังหวะเก้าว่างพอดี ก็ นั่งๆ นอนๆ เลย ง่วงมากๆๆๆ<br />
เลขวิ่งไปอย่างช้า ช้า ช้า &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;<br />
สังเกตุเห็นพวกคนบางคนเหมือนกับว่ากดบัตรคิวไว้นานแล้ว คอยเอาไปให้<br />
บางคนที่มาทีหลัง &#8230; ไม่แน่ใจว่าคิดไปเองรึปล่าว<br />
เพราะแก็งค์พวกนี้น่าจะเป็นพวกรับมาทำเอกสาร เป็นมืออาชีพ<br />
เห็น passport ในมือก็ตกใจ อย่างเยอะเลย<br />
เวลา่ผ่านไป เกือบ 12:00<br />
คิวเพิ่งถึง 380 ทันใดนั้นก็มีเสียงสวรรค์บอกว่าให้ไปต่อคิวที่หน้า counter ได้เลย<br />
ไม่ต้องรอตามบัตรแล้ว อาจเป็นเพราะมีพวกกดบัตรมั่วๆ แล้วคิวผ่านไปหลายใบก็ไม่มีใครมา<br />
ทำให้เสียเวลาพอสมควร จึงให้เป็นระบบเข้าคิวที่หน้า counter แทน<br />
555 รอดตัวไปไม่ต้องรออีกนาน ทำให้เสร็จเร็วขึ้นมากๆๆ<br />
สรุป ยื่นเอกสารเสร็จ เกือบเที่ยง<br />
ได้รับบัตรรับ visa ให้มารับวันที่ 23/3 9:00-12:00<br />
ประมาณนั้น ตรูต้องแบกสังขารมาต่อคิวอีก &#8230; คิดแล้วเหนือยจริงๆ<br />
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;<br />
เข้าเนื้อหาวิชาเกินบ้าง<br />
1. เอกสารที่กรอก เพื่อขอวีซ่า แบ่งเป็นสองอัน<br />
คือเอกสารสำหรับคนต่างชาติ<br />
กับเอกาสารสำหรับคนจีน<br />
กรอกไปเรื่อยเปือย &#8230;. ผมใช้ไฟล์ Acobat writer เพื่อกรอกแบบฟอร์มแล้วพิมพ์เอกสารออกมาอย่างหรู &#8230; <img src='http://thongkum.com/blogs/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /><br />
( พิมพ์เอกสารแบบหน้าหลัง หรือ แบบอย่างละแผ่นก็ได้ครับ มี 4 หน้า)<br />
2. รูปถ่าย 2*2 นิ้ว ด้านหลังห้ามสีแดง (ถ้าจำไม่ผิด) ของผมใช้ถ่ายด่วน หลังฉากขาว รูปสี<br />
160 บาท 8 รูปเล็ก<br />
3. เอกสารอื่นๆ ไม่ต้องใช้เลยครับ ใช้แค่ passport ที่อายุยังไม่หมดก่อน 6 เดือน<br />
กรณีไป แบบ business ต้องมีหนังสือเชิญ<br />
ดังนั้น ติ๊กแบบ travel จะดีกว่าไ่ม่ต้องใช้อะไรมาก<br />
ตอนแรกอยากเดิ้น ไปเลือก business เจ้าหน้าที่ด่ามาว่า มีเอกสารปล่าว<br />
จึงต้องเปลี่ยนเป็น travel แทน อายเลยตรู 555<br />
4.การเลือกแบบในการขอ<br />
แบบด่วนพิเศษ 1 วัน ทำเช้าได้เย็น<br />
แบบด่วน 2-3 วัน<br />
แบบธรรม 4 วัน<br />
ผมคำนวนเวลาก็ใช้แบบ ธรรมดาไป</p>
<p>5. เลือก การขอ แบบ ธรรมดา 30 วัน  แบบmultiple 1/2 ปี กับ 1 ปี<br />
ผมเลือกแบบ multiple ไปที่ 1/2 ปี</p>
<p>เวปอ้างอิง<br />
<a href="http://www.chinaembassy.or.th/th/">http://www.chinaembassy.or.th/th/</a><br />
<a href="http://www.chinaembassy.or.th/th/lsfw/qzxk/t571136.htm">ค่าธรรมเนียม</a><br />
<a href="http://www.chinaembassy.or.th/th/lsfw/bgxz/">เอกสาร แบบฟอร์มกรอกวีซ่า</a></p>
<p>เดี๋ยววันรับเสร็จแล้วจะมาเขียนต่อ&#8230;&#8230;&#8230;.. <img src='http://thongkum.com/blogs/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thongkum.com/blogs/?feed=rss2&#038;p=49</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การติดต่อขอทำหนังสือเดินทาง(Passport)</title>
		<link>http://thongkum.com/blogs/?p=45</link>
		<comments>http://thongkum.com/blogs/?p=45#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 Mar 2011 09:13:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Jewelry]]></category>
		<category><![CDATA[passport]]></category>
		<category><![CDATA[visa]]></category>
		<category><![CDATA[ปิ่นเกล้า]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือเดินทาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thongkum.com/blogs/?p=45</guid>
		<description><![CDATA[วันที่ 16 มีนาคม 2554 ที่ผ่านมา เพิ่งได้รับโทรศัพท์จากรุ่นพี่ชวนไปจีน พอไปตรวจดูเอกสาร เพิ่งมารู้ว่า passport หมดอายุเมื่อตอนปลายปี 2553 เสร็จแล้วทำไงดี &#8230; เพราะตอนนั้นก็บ่ายแล้วแถมยังต้องรีบทำ VISA อีกเพราะ ว่าจะเดินทางอาทิตย์หน้า ลองคำนวนเวลาดู ต้องไปเอาเอกสารที่คอนโด วิ่งกลับไปกลับมาฉิวเฉียดเหลือเกิน ที่ทำการที่ อาคารธนาลงกรณ์ทาวเวอร์(ชั้นใต้ดิน) ปิ่นเกล้า ( ถ้ามาจากนอกเมืองเข้าในเมืองมุ่งหน้าไปสะพานปิ่นเกล้า ตึกอยู่ซ้ายมือ ก่อนถึง เซ็นทรัลปิ่นเกล้า(ขวามือ) ปิดการยื่นเอกสาร 15:30 น. ขับรถไปถึงจอดด้านหลังตึก จะมีที่จอดรถของเอกชนด้านหลัง ชั่วโมงละ 20 บาท ก็ถือว่า โอเคสุด เพราะถ้าจอดรถบนตึกไม่ไหว เหนืื่่อยเกินเหตุ ที่จอดก็น้อย เข้าเรื่องจอดรถเสร็จก็ เดินมาหน้าตึก มาเพื่อลงชั้น ใต้ดิน จะมีทางเข้า เลี้ยวซ้าย ตอนไปรับเล่ม ตรงเข้าไป เพื่อรับบัตรคิว ทำเล่มใหม่ ตอนนี้มีกฏใหม่ว่าไม่มีการต่ออายุ ครบ 5 ปีก็ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันที่ 16 มีนาคม 2554 ที่ผ่านมา เพิ่งได้รับโทรศัพท์จากรุ่นพี่ชวนไปจีน<br />
พอไปตรวจดูเอกสาร เพิ่งมารู้ว่า passport หมดอายุเมื่อตอนปลายปี 2553<br />
เสร็จแล้วทำไงดี &#8230; เพราะตอนนั้นก็บ่ายแล้วแถมยังต้องรีบทำ VISA อีกเพราะ<br />
ว่าจะเดินทางอาทิตย์หน้า<br />
ลองคำนวนเวลาดู ต้องไปเอาเอกสารที่คอนโด วิ่งกลับไปกลับมาฉิวเฉียดเหลือเกิน<br />
ที่ทำการที่ <strong>อาคารธนาลงกรณ์ทาวเวอร์(ชั้นใต้ดิน) ปิ่นเกล้</strong>า ( ถ้ามาจากนอกเมืองเข้าในเมืองมุ่งหน้าไปสะพานปิ่นเกล้า ตึกอยู่ซ้ายมือ ก่อนถึง เซ็นทรัลปิ่นเกล้า(ขวามือ)  ปิดการยื่นเอกสาร 15:30 น.<br />
ขับรถไปถึงจอดด้านหลังตึก จะมีที่จอดรถของเอกชนด้านหลัง ชั่วโมงละ 20 บาท<br />
ก็ถือว่า โอเคสุด เพราะถ้าจอดรถบนตึกไม่ไหว เหนืื่่อยเกินเหตุ ที่จอดก็น้อย<br />
เข้าเรื่องจอดรถเสร็จก็ เดินมาหน้าตึก มาเพื่อลงชั้น ใต้ดิน<br />
จะมีทางเข้า เลี้ยวซ้าย ตอนไปรับเล่ม<br />
ตรงเข้าไป เพื่อรับบัตรคิว ทำเล่มใหม่ ตอนนี้มีกฏใหม่ว่าไม่มีการต่ออายุ<br />
ครบ 5 ปีก็ ถ่ายรูปใหม่ ทำใหม่หมด เพื่อความทันสมัยของข้อมูล<br />
เข้าไปถึงก็ 15:08 น. รับบัตรคิว<br />
เค้าก็ให้กรอกเอกสารแผ่นเล็กนิดเดียวเรื่องผู้ติดต่อกรณีมีปัญหาต่างแดน<br />
ส่วนคนที่จะให้ส่งทางไปรษณีย์ก็จะมีเอกสารอีกชุดด้วย แต่ผมไม่ได้ใช้ครับ<br />
แปล็บเดียวก็เรียกเข้าไปช่อง 13<br />
เพื่อวัดส่วนสูง&#8230;<br />
หลังจากนั้นก็ให้รอที่เก้าอี้ &#8230; แปล็บเดียวก็ ให้เข้าไปห้องตามเบอร์ที่ห้องว่าง<br />
เข้าไป สแกนนิ้วซ้าย สองครั้ง นิ้วชี้ขวาสองครั้ง แล้วก็ สอบถามรายละเอียดนิดหน่อย<br />
หลังจากนั้นก็เตรียมตัว เสริมหล่อ เสริมสวย เพื่อถ่ายรูปในห้องนั้นเลย<br />
เงื่อนไข ในการถ่ายรูปคือยิ้มได้แต่ห้ามเห็นฟัน<br />
เสร็จปุ๊บ ก็เซ็นต์ลายเซ็นต์ในช่องที่เค้าเตรียมไว้ให้<br />
แล้วก็ออกมาตามทางเดินเพื่อชำระเงิน<br />
1000 บาท จะมีเจ้าหน้าที่ จะถามว่าต้องการปกพลาสติกใส่มั้ย<br />
20 บาทเอง มีเบอร์ติดต่อสถานฑูต ตามประเทศต่างๆด้วย<br />
ส่วนใหญ่คนก็ซื้อกันนะ &#8230; 555 ไม่วิจารณ์<br />
เสร็จสิ้นพอดี&#8230;.. 15:20 น.<br />
ถือว่าที่นี่เป็นหน่วยงานที่ทำเร็วมากๆๆๆๆ ขอชื่นชม <img src='http://thongkum.com/blogs/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>เสร็จวันนั้นก็มีนัดให้ไปรับเล่มใหม่ อีกสองวัน คือวันที่ 18/3/2554<br />
เวลา 9:30 น.<br />
ตัดภาพไปเหตุการณ์ทันที<br />
จอดรถเหมือนเดิม มาถึง 9:00 เข้าไปเลี้ยวซ้ายรับบัตรคิวและยืี่นเอกสารที่ได้รับวันแรกให้<br />
พนักงาน รอคิวแปล๊บเดียวก็ เข้าไปถ่ายรูปว่ามารับ และสแกนนิ้วซ้ายสองครั้ง<br />
เป็นอันเสร็จสิ้นได้เล่ม Passport มาเรียบร้อยเช้านี้เองสุดยอด&#8230;&#8230;<br />
เหนี่อยต่อ หลังจากนั้นก็รีบบึ่งไปทำ Visa ต่อ มาคุยใหม่ในอีก post นึงครับ <img src='http://thongkum.com/blogs/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>อ้างอิง :<br />
สถานที่ติดต่อ <a href="http://www.consular.go.th/modules.php?name=Content&#038;pa=showpage&#038;pid=47">http://www.consular.go.th/modules.php?name=Content&#038;pa=showpage&#038;pid=47</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thongkum.com/blogs/?feed=rss2&#038;p=45</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การใช้งาน google apps สำหรับองค์กร</title>
		<link>http://thongkum.com/blogs/?p=37</link>
		<comments>http://thongkum.com/blogs/?p=37#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 Mar 2011 12:37:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[General]]></category>
		<category><![CDATA[Management]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thongkum.com/blogs/?p=37</guid>
		<description><![CDATA[Google Apps สำหรับบางท่านที่ได้ใช้งานเมล์ ของ Gmail อยู่แล้ว คงจะคุ้นเคยกับระบบเมลเป็นอย่างดี ในขณะที่บางท่าน ผมคาดว่ายังใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เช่น google calendar &#8211; เพื่อใช้ในการทำนัดหมายต่างๆ มีระบบการเตือนทางเมล์ ทาง sms google documents &#8211; ระบบเอกสารผ่านทาง browser สามารถแชร์ทำไฟล์งานพร้อมกัน และสามารถแชทในเอกสารนั้นๆ ได้อย่าดี และมีบริการอื่นๆ ที่น่าสนใจ ตามแต่ความต้องการของแต่ละบุคคล ส่วนที่ผมจะเน้นเป็นพิเศษคือ บริการสำหรับองค์กร เล็กๆ คือ Google apps โดยหลักการเช่น องค์กร ชื่อ thongkum ได้จดโดเมนเนน(Domain name) คือ thongkum.com มีอีเมลใช้งานในระบบหลายคน จึงได้ดำเนินการผูก โดเมนเนมนี้เข้ากับบริการของ Google Apps โดยเงื่อนไขการใช้บริการ ณ ขณะนี้ ( 9 มีนาคม 2554 ) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Google Apps<br />
สำหรับบางท่านที่ได้ใช้งานเมล์ ของ Gmail อยู่แล้ว<br />
คงจะคุ้นเคยกับระบบเมลเป็นอย่างดี ในขณะที่บางท่าน<br />
ผมคาดว่ายังใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เช่น<br />
google calendar &#8211; เพื่อใช้ในการทำนัดหมายต่างๆ มีระบบการเตือนทางเมล์ ทาง sms<br />
google documents &#8211; ระบบเอกสารผ่านทาง browser สามารถแชร์ทำไฟล์งานพร้อมกัน<br />
และสามารถแชทในเอกสารนั้นๆ ได้อย่าดี<br />
และมีบริการอื่นๆ ที่น่าสนใจ ตามแต่ความต้องการของแต่ละบุคคล<br />
ส่วนที่ผมจะเน้นเป็นพิเศษคือ บริการสำหรับองค์กร เล็กๆ<br />
คือ Google apps<br />
โดยหลักการเช่น องค์กร ชื่อ thongkum<br />
ได้จดโดเมนเนน(Domain name) คือ thongkum.com<br />
มีอีเมลใช้งานในระบบหลายคน จึงได้ดำเนินการผูก โดเมนเนมนี้เข้ากับบริการของ<br />
Google Apps โดยเงื่อนไขการใช้บริการ ณ ขณะนี้ ( 9 มีนาคม 2554 )<br />
บริการฟรี สำหรับ องค์กร ที่มีบัญชีอีเมล์ ไม่ถึง 50 ชื่อ<br />
หากเกินหรือต้องการความสามารถพิเศษอื่นๆเพิ่มเติมก็ใช้บริการแบบเสียเงินเพิ่ม 50$ ต่อ หนึ่งชื่อ<br />
หลังจากมี domain name แล้วก็เข้าไปจัดการผูกบัญชีที่<br />
<a href="http://www.google.com/a">www.google.com/a</a><br />
<a href="http://thongkum.com/blogs/wp-content/uploads/2011/03/apps_logo_sm.gif"><img src="http://thongkum.com/blogs/wp-content/uploads/2011/03/apps_logo_sm.gif" alt="" title="apps_logo_sm" width="122" height="30" class="aligncenter size-full wp-image-41" /></a><br />
เข้าไปแสดงความเป็นเจ้าของโดเมน ตามขั้นตอน</p>
<p>หลังจากทำการเชื่อมโดเมนเนมของคุณเข้ากับระบบของ google เสร็จก็สามารถใช้บริการเข้ากับองค์กรของคุณได้<br />
มี Apps แนะนำเช่น ระบบ ERP , ระบบ Project management , ระบบบัญชี<br />
ใน Google apps marketplace จะมีหลากหลายตัวให้เลือกใช้<br />
มีทั้งฟรี ทดลองจำกัดเวลา หรือ เสียค่าบริการรายเดือน<br />
ทั้งหมดนี้สามารถทำให้องค์กรของคุณมีประสิทธิภาพสูงมาก<br />
ผมจะแนะนำระบบบัญชี ออนไลน์ที่น่าสนใจมีหลายตัว</p>
<p>ติดตามต่อนะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thongkum.com/blogs/?feed=rss2&#038;p=37</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>งานหล่อจิวเวลรี่</title>
		<link>http://thongkum.com/blogs/?p=21</link>
		<comments>http://thongkum.com/blogs/?p=21#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 21 Oct 2010 09:28:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Jewelry]]></category>
		<category><![CDATA[ฉีดเทียน]]></category>
		<category><![CDATA[ปูน]]></category>
		<category><![CDATA[หล่อ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thongkum.com/blogs/?p=21</guid>
		<description><![CDATA[ในอุตสาหกรรมจิวเวลรี มีการพัฒนาการหล่องานเรื่อยมา ที่ผมสรุปคร่าวๆและภาพตัวอย่างบางส่วนเพื่อสรุปเป็นประเด็นหลักดังนี้ 1.การเตรียมแบบเทียน (ได้จากการฉีดเทียนจากก้อนยางแบบต่างๆ หรือ จากแม่พิมพ์เทียนขึ้นมือ) 2.นำเทียนที่ได้มาติดต้นเทียนเข้ากับฐานยาง 3.นำต้นเทียนที่มีฐานยางแล้วชั่งน้ำหนักและสวมกระบอกเหล็ก 4.ผสมปูน เพื่อเทลงแบบในกระบอกเหล็ก 5.รอปูนเซ็ทตัว ให้แข็ง (ตามรายละเอียดของแต่ละยี่ห้อของปูน) 6.นำเข้าเตาอบ อบปูนตามโปรแกรมการอบปูน ประมาณ 12 ชั่วโมงขึ้นไป(ในการงานหล่อแบบธรรมดา) 7.เมื่อปูนในเตาแห้งและแข็งแรงโดยได้อุณหภูมิที่เหมาะสมกับหน้างานหล่อนั้นๆนำออกมาหล่อ 8.นำเบ้าปูนเข้าเครื่องหล่อและหล่องาน(ในรูปใช้เครื่องหล่อสูญญากาศ) 9.นำเบ้าออกจากเครื่องหล่อและพักให้เย็นตัวประมาณ 10 &#8211; 15 นาทีขึ้นกับชนิดโลหะ 10.จุ่มเบ้าปูนในน้ำ เพื่อให้งานเย็นลงและปูนจะแตกออก นำงานที่ได้ทำความสะอาดปูนออก 11.ต้นงานโลหะนำไปตัดออกเพื่อจัดส่งไปหน่วยงานถัดไป]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://thongkum.com/blogs/wp-content/uploads/2010/10/IMG_0827.jpg"><img src="http://thongkum.com/blogs/wp-content/uploads/2010/10/IMG_0827.jpg" alt="" title="IMG_0827" width="250" height="187" class="aligncenter size-full wp-image-28" /></a>ในอุตสาหกรรมจิวเวลรี มีการพัฒนาการหล่องานเรื่อยมา ที่ผมสรุปคร่าวๆและภาพตัวอย่างบางส่วนเพื่อสรุปเป็นประเด็นหลักดังนี้<br />
<span id="more-21"></span><br />
1.การเตรียมแบบเทียน (ได้จากการฉีดเทียนจากก้อนยางแบบต่างๆ หรือ จากแม่พิมพ์เทียนขึ้นมือ)<br />
2.นำเทียนที่ได้มาติดต้นเทียนเข้ากับฐานยาง<br />
<a href="http://thongkum.com/blogs/wp-content/uploads/2010/10/IMG_0883.jpg"><img src="http://thongkum.com/blogs/wp-content/uploads/2010/10/IMG_0883.jpg" alt="" title="IMG_0883" width="187" height="250" class="aligncenter size-full wp-image-22" /></a><br />
3.นำต้นเทียนที่มีฐานยางแล้วชั่งน้ำหนักและสวมกระบอกเหล็ก<br />
4.ผสมปูน เพื่อเทลงแบบในกระบอกเหล็ก<br />
5.รอปูนเซ็ทตัว ให้แข็ง (ตามรายละเอียดของแต่ละยี่ห้อของปูน)<br />
6.นำเข้าเตาอบ อบปูนตามโปรแกรมการอบปูน ประมาณ 12 ชั่วโมงขึ้นไป(ในการงานหล่อแบบธรรมดา)<br />
<a href="http://thongkum.com/blogs/wp-content/uploads/2010/10/IMG_0816.jpg"><img src="http://thongkum.com/blogs/wp-content/uploads/2010/10/IMG_0816.jpg" alt="" title="IMG_0816" width="250" height="187" class="aligncenter size-full wp-image-23" /></a><br />
7.เมื่อปูนในเตาแห้งและแข็งแรงโดยได้อุณหภูมิที่เหมาะสมกับหน้างานหล่อนั้นๆนำออกมาหล่อ<br />
8.นำเบ้าปูนเข้าเครื่องหล่อและหล่องาน(ในรูปใช้เครื่องหล่อสูญญากาศ)<br />
<a href="http://thongkum.com/blogs/wp-content/uploads/2010/10/IMG_0830.jpg"><img src="http://thongkum.com/blogs/wp-content/uploads/2010/10/IMG_0830.jpg" alt="" title="IMG_0830" width="250" height="187" class="aligncenter size-full wp-image-24" /></a><br />
9.นำเบ้าออกจากเครื่องหล่อและพักให้เย็นตัวประมาณ 10 &#8211; 15 นาทีขึ้นกับชนิดโลหะ<br />
<a href="http://thongkum.com/blogs/wp-content/uploads/2010/10/IMG_0833.jpg"><img src="http://thongkum.com/blogs/wp-content/uploads/2010/10/IMG_0833.jpg" alt="" title="IMG_0833" width="250" height="187" class="aligncenter size-full wp-image-25" /></a><br />
10.จุ่มเบ้าปูนในน้ำ เพื่อให้งานเย็นลงและปูนจะแตกออก นำงานที่ได้ทำความสะอาดปูนออก<br />
11.ต้นงานโลหะนำไปตัดออกเพื่อจัดส่งไปหน่วยงานถัดไป</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thongkum.com/blogs/?feed=rss2&#038;p=21</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การเทียบไซร์แหวน</title>
		<link>http://thongkum.com/blogs/?p=6</link>
		<comments>http://thongkum.com/blogs/?p=6#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 23 Jul 2010 14:57:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Jewelry]]></category>
		<category><![CDATA[ring]]></category>
		<category><![CDATA[size]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thongkum.com/blogs/?p=6</guid>
		<description><![CDATA[เนื่องจากนิ้วของแต่ละคนมีขนาดที่หลากหลาย และในแต่ละประเทศก็มีวิธีการวัด หรือ หน่วย ในการวัดแตกต่างกัน เช่น ในอเมริกา เอเซีย ญี่ปุ่น อังกฤษ การวัดโดยหลักการจะวัดที่เส้นรอบวงของนิ้วที่ใส่แล้วสบายที่สุด บางที่ก็ตั้งเป็นตัวเลยถ้วนๆ เพื่อให้ง่ายในการเรียกชื่อไซร์ เช่น ไซร์ 8 US ดังนั้นเวลาเราต้องการสั่งแหวนหรือปรับเปลี่ยนขนาดของแหวน จึงต้องบอก หรือ ระบุไซร์ที่ต้องการให้กับร้านค้า หรือโรงงาน เราจึงจำเป็นต้องมีการระบุว่า ชนิดของการวัดไซร์เป็นชนิดไหน หน่วยเท่าไหร่ สามารถดูตารางเทียบได้ดังตารางเทียบด้านล่าง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เนื่องจากนิ้วของแต่ละคนมีขนาดที่หลากหลาย และในแต่ละประเทศก็มีวิธีการวัด หรือ หน่วย<br />
ในการวัดแตกต่างกัน เช่น ในอเมริกา เอเซีย ญี่ปุ่น อังกฤษ<br />
การวัดโดยหลักการจะวัดที่เส้นรอบวงของนิ้วที่ใส่แล้วสบายที่สุด<span id="more-6"></span><br />
บางที่ก็ตั้งเป็นตัวเลยถ้วนๆ เพื่อให้ง่ายในการเรียกชื่อไซร์ เช่น ไซร์ 8 US<br />
ดังนั้นเวลาเราต้องการสั่งแหวนหรือปรับเปลี่ยนขนาดของแหวน จึงต้องบอก หรือ ระบุไซร์ที่ต้องการให้กับร้านค้า<br />
หรือโรงงาน เราจึงจำเป็นต้องมีการระบุว่า ชนิดของการวัดไซร์เป็นชนิดไหน หน่วยเท่าไหร่<br />
สามารถดูตารางเทียบได้ดังตารางเทียบด้านล่าง<br />
<a href="http://thongkum.com/blogs/wp-content/uploads/2010/07/ring-size-chart.gif"><img src="http://thongkum.com/blogs/wp-content/uploads/2010/07/ring-size-chart.gif" alt="" title="ring-size-chart" width="713" height="345" class="aligncenter size-full wp-image-19" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thongkum.com/blogs/?feed=rss2&#038;p=6</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เงินสเตอริง ?</title>
		<link>http://thongkum.com/blogs/?p=4</link>
		<comments>http://thongkum.com/blogs/?p=4#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Jul 2010 15:42:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Jewelry]]></category>
		<category><![CDATA[coin]]></category>
		<category><![CDATA[jewelry]]></category>
		<category><![CDATA[silver]]></category>
		<category><![CDATA[sterling]]></category>
		<category><![CDATA[สเตอริง]]></category>
		<category><![CDATA[เงิน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thongkum.com/blogs/?p=4</guid>
		<description><![CDATA[เงินสเตอริง ( Sterling silver ) เงินสเตอริงนิยมใช้กันในหมู่คนชอบงานเงิน หรือบางคนเรียก เงิน925 . เราในฐานะผู้บริโภคควรเข้าใจความหมายให้ชัดเจนเพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อการเอาเปรียบของบรรดาพ่อค้าที่ไร้จรรยาบรรณในวิชาชีพ ขอเกริ่นนำเรื่อง เงินบริสุทธิ์ ( Fine Silver , ชื่อธาตุทางเคมี Ag ) ความบริสุทธิ์ 99.99% ลักษณะ อาจเป็นเม็ด,แท่ง, สีเงินใสเป็นประกายดังรูป เงินบริสุทธิ์มีความนิ่มทำให้การประกอบเข้าตัวเรือนทำเป็นงานจิวเวลรี่ เวลาใช้งานจริงมีปัญหาเนื่องจากงานจะินิ่มเกินไป มีใช้อยู่บ้างในพวกเหรียญที่ระลึกหรือทำเป็นเงินบริสุทธิ์แท่งเพื่อเป็นของสะสมหรือเก็บไว้เป็นการลงทุน ด้วยปัญหาดังกล่าวนั้นทำให้นักโลหะิวิทยาได้มีการปรับปรุงโลหะให้แข็งขึ้น เช่น มีการเพิ่มทองแดงผสมไปในอัตราส่วนต่างๆกันเข้ากับเงินบริสุทธิ์ ส่งผลให้มีความแข็งแรงที่สูงขึ้น จึงได้มีความนิยมใช้งานในลักษณะเช่นนี้เป็นต้นมา สัดส่วนที่ยอมรับกันอย่างเป็นทางการคือ อัตราส่วนที่ใช้เงินบริสุทธิ์ ไม่ต่ำกว่า 92.5 % และ ส่วนที่เหลืออีก 7.5% เป็นโลหะผสมอื่นๆ เช่น ทองแดง,สังกะสี ,อื่นๆ ในสมัยโบราณความรู้ด้านโลหะวิทยายังไม่มากจึงนิยมใช้เป็น ทองแดงผสมกับเงินเท่านั้น แต่ในปัจจุบันได้มีการปรับปรุงโลหะผสม( Alloy) เหล่านี้มีขายกันทั่วไป แต่โดยหลักแล้วก็จะมีส่วนผสมหลักเป็นตระกูลทองแดง สังกะสี หรืออาจมีส่วนผสมย่อย เป็นตัวปรับปรุงคุณสมบัติด้านอื่นๆ เช่น ดีบุก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เงินสเตอริง</strong> ( Sterling silver )<br />
<img src="http://thongkum.com/sites/default/files/u1/Silver%20Coin.jpg" alt="Silver999" width="200"/><br />
	เงินสเตอริงนิยมใช้กันในหมู่คนชอบงานเงิน หรือบางคนเรียก เงิน925 . เราในฐานะผู้บริโภคควรเข้าใจความหมายให้ชัดเจนเพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อการเอาเปรียบของบรรดาพ่อค้าที่ไร้จรรยาบรรณในวิชาชีพ<span id="more-4"></span><br />
	ขอเกริ่นนำเรื่อง เงินบริสุทธิ์ ( Fine Silver , ชื่อธาตุทางเคมี Ag ) ความบริสุทธิ์ 99.99% ลักษณะ อาจเป็นเม็ด,แท่ง, สีเงินใสเป็นประกายดังรูป<br />
เงินบริสุทธิ์มีความนิ่มทำให้การประกอบเข้าตัวเรือนทำเป็นงานจิวเวลรี่ เวลาใช้งานจริงมีปัญหาเนื่องจากงานจะินิ่มเกินไป มีใช้อยู่บ้างในพวกเหรียญที่ระลึกหรือทำเป็นเงินบริสุทธิ์แท่งเพื่อเป็นของสะสมหรือเก็บไว้เป็นการลงทุน<br />
	ด้วยปัญหาดังกล่าวนั้นทำให้นักโลหะิวิทยาได้มีการปรับปรุงโลหะให้แข็งขึ้น เช่น มีการเพิ่มทองแดงผสมไปในอัตราส่วนต่างๆกันเข้ากับเงินบริสุทธิ์ ส่งผลให้มีความแข็งแรงที่สูงขึ้น จึงได้มีความนิยมใช้งานในลักษณะเช่นนี้เป็นต้นมา<br />
	สัดส่วนที่ยอมรับกันอย่างเป็นทางการคือ อัตราส่วนที่ใช้เงินบริสุทธิ์ ไม่ต่ำกว่า 92.5 % และ ส่วนที่เหลืออีก 7.5% เป็นโลหะผสมอื่นๆ เช่น ทองแดง,สังกะสี ,อื่นๆ ในสมัยโบราณความรู้ด้านโลหะวิทยายังไม่มากจึงนิยมใช้เป็น ทองแดงผสมกับเงินเท่านั้น แต่ในปัจจุบันได้มีการปรับปรุงโลหะผสม( Alloy) เหล่านี้มีขายกันทั่วไป แต่โดยหลักแล้วก็จะมีส่วนผสมหลักเป็นตระกูลทองแดง สังกะสี หรืออาจมีส่วนผสมย่อย เป็นตัวปรับปรุงคุณสมบัติด้านอื่นๆ เช่น ดีบุก เจอเมเนียม อินเดียม ,&#8230; แล้วแต่ทางผู้ผลิตจะปรับสัดส่วนเป็นอย่างไร แต่สัดส่วนเงินบริสุทธิ์ต้องไม่ต่ำกว่า 92.5% ก็จะเข้าข้อกำหนด เป็น Sterling silver<br />
	บางผู้ผลิตได้เพิ่มสัดส่วนเป็น 93 , 94 ,95, 96 % บ้างซึ่งจะทำให้งานเงินนิ่มขึ้น<br />
	ส่วนปัญหาของเงินที่ประสบกันคืองานเงินจะหมองเร็ว ตัวที่ช่วยป้องกันหรือทำให้กันการหมองให้ช้า ก็จะเป็นพวกโลหะผสมที่ผสมเข้าไป จะช่วยป้องกันได้ระดับหนึ่ง ในขณะเดียวกับเทคโนเลยีด้า่นงานชุบ ทำให้ปัญหาดังกล่าวลดน้อยลงและเพิ่มสีสันให้กับวงการจิวเวลรี่เป็นอันมากกว่าในอดีต</p>
<p>     ดูเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://www.thongkum.com/store">Store</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thongkum.com/blogs/?feed=rss2&#038;p=4</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทองเค คืออะไร</title>
		<link>http://thongkum.com/blogs/?p=8</link>
		<comments>http://thongkum.com/blogs/?p=8#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Jul 2010 15:03:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Jewelry]]></category>
		<category><![CDATA[gold]]></category>
		<category><![CDATA[karat]]></category>
		<category><![CDATA[กะรัต]]></category>
		<category><![CDATA[ทองคำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thongkum.com/blogs/?p=8</guid>
		<description><![CDATA[ทองคำ บริสุทธิ์ หรือในสูตรเคมี Au 99.99% โดยจะมีความนิ่มและคุณสมบัติต่างๆมากมายเมื่อนำมาใช้ในการผลิตเครื่องประดับได้มีการปรับสัดส่วนของทองคำให้ลดลงเพื่อวัตถุประสงค์หลายๆอย่างเช่น ด้านความแข็งแรง สีสัน จึงได้มีการเรียกทองเคต่างๆกัน ตามสัดส่วนของทองที่ผสมอยู่ในเนื้อทองนั้นๆ 24 K &#8211; ทอง 100 % 18 K &#8211; ทอง 75 % 14 K &#8211; ทอง 58.33 % 10 K &#8211; ทอง 41.67 % หลักในการคิดคือ การหาว่าทองคำกี่เค มีทอง กี่เปอร์เซ็นต์ &#8212; จำนวนเค/24 * 100 เช่น 21 K &#8211; 21/24*100 = 87.5 % การหาว่า% ทองเป็นกี่เค &#8212; จำนวน %*24/100 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ทองคำ บริสุทธิ์ หรือในสูตรเคมี Au 99.99%</strong><br />
โดยจะมีความนิ่มและคุณสมบัติต่างๆมากมายเมื่อนำมาใช้ในการผลิตเครื่องประดับได้มีการปรับสัดส่วนของทองคำให้ลดลงเพื่อวัตถุประสงค์หลายๆอย่างเช่น ด้านความแข็งแรง สีสัน </p>
<p>จึงได้มีการเรียกทองเคต่างๆกัน ตามสัดส่วนของทองที่ผสมอยู่ในเนื้อทองนั้นๆ <span id="more-8"></span></p>
<p><em>24 K &#8211;  ทอง  100 %</p>
<p>18 K &#8211;  ทอง  75 %</p>
<p>14 K &#8211;  ทอง  58.33 %</p>
<p>10 K &#8211;  ทอง  41.67 %</em></p>
<p>หลักในการคิดคือ </p>
<p>การหาว่าทองคำกี่เค  มีทอง กี่เปอร์เซ็นต์   &#8212;  จำนวนเค/24 * 100</p>
<p>เช่น 21 K &#8211;  21/24*100 = 87.5 %</p>
<p>การหาว่า% ทองเป็นกี่เค   &#8212;   จำนวน %*24/100</p>
<p>เช่น 96.5% เป็นทองกี่เค  &#8211;  96.5*24/100 = 23.16 K</p>
<p>จากการคำนวนข้างต้นทำให้สามารถ แปลง เค เป็น%  กลับไปกลับมาได้แล้วนะครับ</p>
<p>แต่ส่วนใหญ่ที่ในตลาดใช้กันอยู่มีไม่กี่ตัวเท่านั้น ก็เช่น 9K,10,k,14k,18k,21k</p>
<p>ส่วนของตลาดตู้แดงบ้านเราก็เป็นพวก ทอง 96.5% คิดคร่าวๆ ก็ประมาณทอง 23 K</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thongkum.com/blogs/?feed=rss2&#038;p=8</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

